วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ช่วงหนึ่งของกาลเวลา


ช่วงหนึ่ง.. ของกาลเวลา
เสียงเข็มวินาที ดังเคลื่อนดุจปลิดกาลเวลาทิ้งให้เหลือเพียงความว่างเปล่า  วันวานหลุดร่วง กลายเป็นอดีตที่เกลื่อนกราดในความทรงจำบ้างทับถม จนกลายเป็นตะกอนก้อน ประสบการณ์ นำพาคุณประโยชน์บ้างก็เป็นเพียง เศษเสี้ยว เรื่องราวในอดีต ที่ล่องลอยมิลืมเลือน

หนึ่งช่วงเวลา ที่ผ่านปัจจุบัน ย่อมกลายเป็นอดีตในความจำแต่วันเวลา ช่วงหนึ่ง กลับดูคลายปัจจุบัน ตลอดเวลา มิกลายเป็นอดีต  ทั้งที่เข็มนาฬิกามิเคยหยุดนิ่ง และลำแสงแห่งตะวันยังคงเคลื่อนคล้อย
จวบจน เมื่อทุกอย่างสิ้นสูญ ช่วงเวลาหนึ่งก็จักกลายเป็นอดีต โดยพลัน

การที่ได้รู้จักใครซักคน วันพรุ่งนี้ คน ๆ นั้น ก็ยังคงเป็นปัจจุบันในกาลที่ผ่านเลย  เหมือนไม่อาจมีสิ่งใด มาแปรผัน จุดต่าง ที่เปลี่ยนแปลงแห่งวัฎจักร กาลเวลา จากวัน ล่วงเดือน จากเดือนนานนับจบขัย ความสัมพันธ์ที่คงมั่น จุดยืน อดีตและปัจจุบัน ดูจะมิต่างกัน บนเส้นทางมิตรภาพ และความผูกพัน
...แต่ทุกสิ่งย่อมมีจุดสิ้นสุด...

เมื่อนิทานเรื่องหนึ่ง เดินทางไกลมาถึงจุด เจ้าชายและเจ้าหญิงอาจมิได้ครองคู่กัน การพลัดพรากจากลา เป็นดั่งสายลมที่ปลายปากกา มิอาจเขียนแต่ง แต่มีอยู่จริง เรื่องราว ที่เคยเป็นปัจจุบัน กลับกลายเป็นอดีต ดั่งปิดปกหนังสือหน้าสุดท้าย ความทรงจำ และประสบการณ์ จึงจักดำรงหน้าที่ แห่งกาลอดีต ตลอดไป...
..


ขอบคุณที่มา  ::  ไดอารี่เงา: ช่วงหนึ่ง.. ของกาลเวลา

ความรัก ถ้าลืมไม่ได้ ก็จำเขาไม่รักเราก็พอ

เป็นเรื่องธรรมดาของ "ความรัก" ที่จะต้องพบเจอกับ "ความสมหวัง" และ "ผิดหวัง" ... "ความสุข" และ "ความทุกข์" ซึ่งถ้าเจอะเจอกับรักดี ๆ ก็ถือว่าคุณโชคดีไป แต่หากพบกับรักที่ผิดหวัง แล้วอยาก "ลืม" แต่ไม่ว่าจะพยายามลืมเท่าไหร่ก็ลืมไม่ลง เพราะมันก็ยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจล่ะ คุณจะทำอย่างไร? เคยตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเองดูไหม

          จริงอยู่ที่ความจำของคนเราต่างกัน บางคนลืมเร็ว บางคนลืมช้า และบางคนไม่เคยลืม ไม่ว่าจะพยายามลืมเท่าไหร่ก็ลืมไม่ลง ในหัวยังคงวนเวียนคิดถึงภาพวันเก่า ๆ เรื่องเก่า ๆ ความรู้สึกเก่า ๆ ที่เขาหรือเธอเคยมอบให้ สถานที่ที่เดินจูงมือกันครั้งแรก ข้าวร้านนี้ที่เรากินกันบ่อย ๆ หนังเรื่องนั้นที่เขาหรือเธอชอบดู ฯลฯ

          แต่อย่าลืมว่า "เวลาไม่อาจทำให้ใครลืมใครได้" ทางที่ดีถ้ายังลืมเขาไม่ได้ ก็จำว่าเขาไม่รักเราก็พอ และทำไมไม่เลือกที่จะเก็บเอาความทรงจำเก่า ๆ ที่เราและเขาเคยทำร่วมกัน ลงในส่วนลึกของหัวใจ ปิดประตูไว้ให้แน่นหนา เอาไว้วันใดวันหนึ่งรู้สึกว่าพร้อมแล้ว บาดแผลที่เคยมีแห้งหายสนิทแล้ว อยากจะรื้อฟื้นเพื่อหยิบเอาภาพของวันวานออกมาปัดฝุ่นดู ก็ค่อยเปิดประตูใจก็ไม่แปลกอะไรนะ

          ลองถามใจดูว่าอยากจะสุขกับวันนี้ หรืออยากจะสุขกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว อย่าลืมว่าชีวิตต้องก้าวต่อไปข้างหน้าเสมอ ที่สำคัญคือ...ความทรงจำเป็นได้แค่ส่วนหนึ่งในชีวิต แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตนะ